ขนมจีน ไม่ใช่ของจีน ชื่อมาจาก ภาษามอญ และเส้นที่ทำจากข้าวหมัก
ขนมจีนเป็นเส้นข้าวที่เชื่อกันว่ามาจากมอญ ชื่อแปลว่าอะไร เส้นแป้งหมักต่างจากแป้งสดยังไง หมักแล้วได้อะไร และทำไมเก็บได้แค่ไม่กี่วัน
- คำว่า จีน ในขนมจีนไม่ได้แปลว่าประเทศจีน ทฤษฎีที่นิยมที่สุดบอกว่ามาจากภาษามอญ และส่วนคำว่า จีน หมายถึง สุก
- ขนมจีนแบบดั้งเดิมทำจากข้าวที่หมักไว้หลายวัน เส้นสีคล้ำกว่าและมีรสเปรี้ยวนิด ๆ ส่วนเส้นแป้งสดขาวและนุ่มกว่า
- แบคทีเรียกรดแลคติกทำให้แป้งเป็นกรด ช่วยยับยั้งเชื้อที่ทำให้เส้นเสีย แต่ขนมจีนก็ยังเก็บได้ราว 3-5 วันเท่านั้น
- ภาคเหนือเรียกขนมเส้น อีสานเรียกข้าวปุ้น ชื่อต่าง แต่เป็นเส้นข้าวแบบเดียวกัน
ขนมจีนคือเส้นข้าวกลมสีขาวที่กินกับน้ำยา แกงเขียวหวาน น้ำเงี้ยว หรือน้ำพริก ชื่อชวนให้คิดว่ามาจากจีน แต่ทฤษฎีที่นิยมที่สุดบอกว่าเป็นอาหารของชาวมอญ และคำว่า “จีน” ในภาษามอญหมายถึง “สุก” ขนมจีนแบบดั้งเดิมยังเป็นอาหารหมักที่ใกล้ตัวที่สุดอย่างหนึ่งของคนไทย บทนี้เล่าที่มาของชื่อ วิธีทำแบบแป้งหมัก และวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เส้นมีรสและเก็บได้
ชื่อขนมจีน มาจากไหน
คำว่า “จีน” ในภาษาไทยแปลว่าประเทศจีน เลยมีคนเข้าใจว่าขนมจีนมากับคนจีน แต่แหล่งข้อมูลหลายแห่งเห็นตรงกันว่าน่าจะมาจากมอญ ส่วนคำแปลยังไม่ตรงกันทั้งหมด
| แหล่งข้อมูล | คำมอญ | ความหมายที่ให้ไว้ |
|---|---|---|
| Michelin Guide | kanorm chin | kanorm = เป็นก้อนเกาะกัน, chin = สุก |
| Wikipedia | hanom cin | เส้นที่ต้มสุก |
| โปสเตอร์ มก. กับ JIRCAS | ไม่ระบุคำ | เชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากมอญ และพบในอาหารไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา |
สิ่งที่ตรงกันคือส่วนท้ายของชื่อหมายถึง “สุก” ส่วนคำแรกยังแปลต่างกัน Michelin Guide ยังเล่าว่าในภาษาไทยเก่า “ข้าวนม” หมายถึงการนวดแป้งข้าว แล้วค่อยกลายเป็นคำว่า “ขนม” ซึ่งไม่ได้หมายถึงของหวานอย่างเดียว
ที่มาของขนมจีนยังไม่มีหลักฐานชี้ขาด แหล่งข้อมูลทุกแห่งใช้คำว่า “เชื่อกันว่า” หรือ “ทฤษฎีที่นิยม” เราจึงเล่าแบบเดียวกัน
หลักฐานว่าขนมจีนอยู่กับคนไทยมานาน คือชื่อคลองเก่าในอยุธยา นักประวัติศาสตร์ที่ Michelin Guide อ้างถึงยกชื่อคลองขนมจีนกับคลองน้ำยาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนเรื่องเล่าว่าคนไทยได้ยินคนมอญเรียกกินเส้นที่ “สุกแล้ว” แล้วจำชื่อมา เป็นเรื่องเล่าที่ยังไม่มีหลักฐาน
เส้นแป้งหมัก กับเส้นแป้งสด
ขนมจีนในตลาดทุกวันนี้มีสองแบบใหญ่
| แป้งหมัก | แป้งสด | |
|---|---|---|
| วัตถุดิบ | ข้าวหรือแป้งข้าวที่หมักหลายวัน | แป้งข้าวไม่ผ่านการหมัก |
| สีเส้น | คล้ำกว่า ออกน้ำตาลนิด ๆ | ขาว |
| รสและเนื้อ | เปรี้ยวนิด ๆ เหนียวกว่า | นุ่ม เส้นใหญ่กว่า |
| การทำ | ใช้เวลาหลายวัน | ทำได้เร็วกว่า |
| เก็บ | เก็บได้นานกว่าแป้งสด | เก็บได้สั้นกว่า |
ระยะเวลาหมักแต่ละแหล่งบอกไม่เท่ากัน Wikipedia บอกว่าหมักข้าวสามวัน Michelin Guide บอกว่า “ไม่กี่วัน” ส่วนชุมชนที่ทำขายจริงก็หมักต่างกันตามสูตรและอากาศ ตัวเลขเดียวที่ถูกสำหรับทุกบ้านจึงไม่มี
หมักแล้วได้อะไร
งานวิจัยร่วมระหว่างสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับ JIRCAS ของญี่ปุ่น อธิบายว่าขนมจีนทำจากข้าวที่หมักด้วยแบคทีเรียกรดแลคติก (lactic acid bacteria) แบบเดียวกับในโยเกิร์ต แบคทีเรียพวกนี้ทำให้แป้งเป็นกรด และความเป็นกรดช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ทำให้เส้นเละและเสีย ถ้าแป้งไม่เป็นกรดพอ เชื้อที่ไม่ดีจะโตแทน
กลิ่นรสเฉพาะและเนื้อเส้นที่ยืดหยุ่นของขนมจีนก็มาจากการหมักกับความชื้นสูงในเส้น แต่ความชื้นสูงนี่เองที่ทำให้ขนมจีนเก็บได้สั้น ราว 3-5 วัน เป็นเหตุผลหนึ่งที่หาขนมจีนแท้ในร้านอาหารไทยต่างประเทศได้ยาก
ตัวอย่าง: สูตรห้องทดลองทีละขั้น
งานวิจัยของ มก. ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2558) เขียนขั้นตอนทำเส้นไว้ละเอียด ใช้ดูหลักการได้ดี
- โม่ปลายข้าวกับน้ำ อัตราส่วนข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 2 ส่วน
- หมักน้ำแป้งที่อุณหภูมิห้อง ในงานนี้หมัก 1 วัน
- ทำก้อนแป้งสุกก่อน โดยน้ำหนักก้อนแป้งสุกเท่ากับ 30% ของแป้งทั้งหมด ถ้าใช้แป้ง 1,000 กรัม ก้อนแป้งสุกหนัก 300 กรัม
- นวดก้อนแป้งสุกกับแป้งที่เหลือ เติมน้ำจนแป้งมีความชื้นราว 60%
- กดเส้นผ่านกระบอกลงน้ำร้อนราว 85 องศาเซลเซียส ต้ม 6 นาทีให้เส้นสุก
- แช่น้ำให้เย็น แล้วพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ
งานเดียวกันยังพบว่าเวลาหมักมีผลต่อแป้ง แป้งที่หมัก 1 วันแล้วผ่านความร้อนชื้นมีสตาร์ชที่ย่อยยาก (resistant starch) 5.92% แต่หมัก 2, 3 และ 4 วัน ได้ 4.84%, 4.40% และ 1.95% ตามลำดับ นี่เป็นผลของแป้งที่ผ่านกระบวนการพิเศษในห้องทดลอง ไม่ได้แปลว่าขนมจีนในตลาดมีตัวเลขเท่านี้
ชื่อเรียกและน้ำแกงแต่ละภาค
ขนมจีนเป็นเส้นเดียวกันทั่วประเทศ แต่ชื่อกับของที่กินด้วยต่างกัน
- ภาคกลาง ขนมจีน กินกับน้ำยา แกงเขียวหวาน น้ำพริก และขนมจีนซาวน้ำ (กะทิ กุ้งแห้ง สับปะรด) ในหน้าร้อน
- ภาคเหนือ ขนมเส้น หรือข้าวเส้น กินกับน้ำเงี้ยว รายละเอียดอยู่ในบท อาหารเหนือ ข้าวซอย น้ำเงี้ยว
- อีสาน ข้าวปุ้น กินกับน้ำยาป่า และคลุกในส้มตำกลายเป็นตำซั่ว ดูใน ส้มตำแต่ละแบบ
- ภาคใต้ กินตั้งแต่เช้า น้ำแกงเผ็ดกว่าและมักมียี่หร่า พร้อมผักเหนาะ ดูใน แกงใต้
ประเทศเพื่อนบ้านก็มีเส้นข้าวคล้ายกัน โปสเตอร์ของ มก. กับ JIRCAS ยกตัวอย่างข้าวปุ้นของลาว โมหิงกาของพม่า และบุ๋นของเวียดนาม
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- คิดว่าขนมจีนต้องกินกับน้ำยาเท่านั้น แต่ละภาคมีน้ำแกงของตัวเอง ลองสั่งตามที่ร้านถนัด
- เก็บขนมจีนไว้หลายวันเพราะคิดว่าเป็นของหมักแล้วไม่เสีย การหมักช่วยยืดอายุ แต่ยังเก็บได้แค่ราว 3-5 วัน เส้นเละ เป็นเมือก หรือกลิ่นผิดปกติ ให้ทิ้ง เรื่องเก็บอาหารเหลือดูใน อาหารเหลือ เก็บยังไง
- เข้าใจว่ากลิ่นเปรี้ยวนิด ๆ แปลว่าเสีย เส้นแป้งหมักมีกลิ่นเปรี้ยวอ่อน ๆ เป็นปกติ สิ่งที่บอกว่าเสียคือเมือก เละ และกลิ่นแรงผิดไปจากเดิม
- เล่าเรื่องคนไทยได้ยินคนมอญพูดว่า “สุกแล้ว” เป็นประวัติศาสตร์ ยังเป็นเรื่องเล่า ไม่มีหลักฐานยืนยัน
สรุป
ขนมจีนไม่ได้มาจากจีน ทฤษฎีที่นิยมที่สุดบอกว่ามาจากมอญ และคำว่า “จีน” หมายถึง “สุก” ขนมจีนแป้งหมักทำจากข้าวที่หมักด้วยแบคทีเรียกรดแลคติก ความเป็นกรดช่วยให้เส้นมีรสและไม่เสียเร็ว แต่ก็ยังเก็บได้แค่ราว 3-5 วัน ครั้งหน้าที่สั่งขนมจีน ลองถามร้านว่าเป็นเส้นแป้งหมักหรือแป้งสด แล้วสังเกตสีและรสที่ต่างกัน
แหล่งข้อมูล
- ความลับของขนมจีน (Secret of Khanomjeen) — สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มก. และ JIRCAS
- การใช้แป้งข้าวที่ผ่านกระบวนการหมักทางธรรมชาติร่วมกับการให้ความร้อนและความชื้นเพื่อเพิ่มสตาร์ชทนต่อการย่อยในขนมจีน — วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- การ์ตูนความรู้ขนมจีนและแบคทีเรียกรดแลคติก — JIRCAS
- Get to know how khanom chin conquered Thailand — MICHELIN Guide
- Khanom chin — Wikipedia
คำถามที่พบบ่อย
ขนมจีนมาจากจีนจริงไหม
แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่บอกว่าไม่ใช่ ทฤษฎีที่นิยมที่สุดบอกว่าขนมจีนมาจากมอญ แต่ที่มาที่แน่ชัดยังไม่มีใครยืนยันได้ แหล่งข้อมูลจึงใช้คำว่าเชื่อกันว่า
ขนมจีนแป้งหมักกับแป้งสดต่างกันยังไง
แป้งหมักใช้ข้าวที่หมักหลายวัน เส้นสีคล้ำกว่า เหนียวกว่า มีรสเปรี้ยวนิด ๆ ส่วนแป้งสดไม่ผ่านการหมัก เส้นขาว นุ่ม ทำง่ายกว่า ร้านส่วนใหญ่ไม่ได้บอกว่าใช้แบบไหน ถามได้
ซื้อขนมจีนมาแล้วเก็บได้นานแค่ไหน
งานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุอายุการเก็บราว 3-5 วัน ถ้าเส้นเละ เป็นเมือก หรือมีกลิ่นผิดไปจากกลิ่นเปรี้ยวหมักปกติ ให้ทิ้ง
ส่วนผสมและความเผ็ดต่างกันไปตามร้านและสูตร ถ้าแพ้อาหาร ถามร้านก่อนสั่งทุกครั้ง