เห็ดป่า หน้าฝน ทำไมวิธีทดสอบพิษแบบ บ้าน ๆ ใช้ไม่ได้
ต้มกับข้าวสาร จุ่มช้อนเงิน ดูรอยแมลงกัด ใช้แยกเห็ดพิษไม่ได้ และพิษบางชนิดต้มสุกก็ไม่หาย ตัวเลขผู้ป่วยปี 2569 อาการที่ต้องรู้ และโทร 1669 เมื่อไหร่
- วิธีพื้นบ้าน ต้มกับข้าวสาร หอม กระเทียม จุ่มช้อนเงิน หรือดูรอยแมลงกัด ยืนยันไม่ได้ว่าเห็ดไม่มีพิษ
- พิษในเห็ดกลุ่มระโงกพิษทนความร้อน ต้มให้สุกก็ไม่หาย กินเพียงครึ่งดอกอาจเสียชีวิต
- ปี 2569 เขตสุขภาพที่ 9 มีผู้ป่วยจากเห็ด 335 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
- กินเห็ดแล้วคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที พร้อมเห็ดที่เหลือหรือรูปถ่าย
หน้าฝนเห็ดป่าขึ้นเยอะ ทั้งชนิดที่กินได้และชนิดที่มีพิษ และบางชนิดหน้าตาเหมือนกันมาก วิธีพื้นบ้านอย่างต้มกับข้าวสารดูสี จุ่มช้อนเงิน หรือดูว่ามีแมลงกัดไหม ใช้ยืนยันไม่ได้ ว่าเห็ดไม่มีพิษ และพิษบางชนิดทนความร้อน ต้มให้สุกก็ไม่หาย กฎที่เจ้าหน้าที่ใช้จึงสั้นมาก คือ เห็ดไม่รู้จัก เห็ดไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน
บทนี้ไม่ได้สอนแยกชนิดเห็ด เพราะการดูด้วยตาเป็นจุดที่คนพลาดกันทุกปี แต่จะบอกว่าทำไมวิธีทดสอบเก่า ๆ ใช้ไม่ได้ ตัวเลขผู้ป่วยปีนี้เป็นยังไง และถ้ามีคนกินไปแล้วต้องทำอะไร
ตัวเลขปี 2569
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา รายงานเมื่อ 21 กันยายน 2569 ว่าตั้งแต่มกราคมถึง 21 กันยายน 2569 เขตสุขภาพที่ 9 มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากเห็ด 335 ราย เสียชีวิต 1 ราย
| จังหวัด | ผู้ป่วย | เสียชีวิต |
|---|---|---|
| ชัยภูมิ | 188 | 1 |
| สุรินทร์ | 65 | 0 |
| บุรีรัมย์ | 58 | 0 |
| นครราชสีมา | 24 | 0 |
| รวม | 335 | 1 |
ลองดูสัดส่วนทีละขั้น
- ชัยภูมิจังหวัดเดียว 188 ÷ 335 ≈ 56% เกินครึ่งของทั้งเขต
- สามจังหวัดที่เหลือรวมกัน 65 + 58 + 24 = 147 ราย
- 188 + 147 = 335 ตรงกับยอดรวม
ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไปมากที่สุด รองลงมาคือ 55-64 ปี และหลายคนทำไร่ทำสวน คือคนที่คุ้นกับการเก็บเห็ดมาทั้งชีวิต แปลว่าประสบการณ์อย่างเดียวไม่พอ
ภาพรวมทั้งประเทศ รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของกรมควบคุมโรคปี 2559 ระบุว่าแต่ละปีมีผู้ป่วยจากเห็ดพิษเข้าโรงพยาบาลเฉลี่ยปีละราว 1,500 ราย และเสียชีวิตสูงสุดปีละ 24 ราย
ทำไมวิธีทดสอบพื้นบ้านใช้ไม่ได้
| วิธีที่คนใช้ | ทำไมเชื่อไม่ได้ |
|---|---|
| ต้มกับข้าวสาร หอม หรือกระเทียม แล้วดูว่าเปลี่ยนสีไหม | กรมควบคุมโรคระบุว่าใช้กับเห็ดกลุ่มระโงกพิษไม่ได้ เห็ดที่ไม่ทำให้ข้าวเปลี่ยนสีก็ยังมีพิษได้ |
| จุ่มช้อนเงินแล้วดูว่าดำไหม | ใช้ไม่ได้ด้วยเหตุผลเดียวกัน |
| มีรอยแมลงหรือสัตว์กัดแปลว่ากินได้ | ไม่ยืนยันความปลอดภัย |
| เก็บที่เดิมที่เคยกินแล้วไม่เป็นไร | ไม่ยืนยัน บางเหตุการณ์ผู้เสียชีวิตเก็บจากที่เดิมที่เคยกินมาก่อน |
| ต้มให้สุกนาน ๆ | พิษบางชนิดทนความร้อน ไม่ถูกทำลาย |
ถ้าต้องใช้วิธีทดสอบเพื่อให้มั่นใจ แปลว่ายังไม่รู้จักเห็ดชนิดนั้นจริง และเห็ดที่ไม่รู้จัก ไม่ควรกิน
เห็ดกลุ่มที่อันตรายที่สุด
เห็ดที่ทำให้เสียชีวิตบ่อยในไทยคือเห็ดสกุลอะมานิตา (Amanita) กลุ่มที่มีพิษ ชื่อเรียกต่างไปตามภาค เช่น ภาคเหนือเรียกเห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง ภาคอีสานเรียกเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก เห็ดไข่ตายซาก (ฮาก) หน้าตาคล้ายเห็ดระโงกขาวที่กินได้มาก โดยเฉพาะ ตอนเป็นดอกอ่อน ที่ยังเป็นก้อนกลมรีคล้ายไข่ ซึ่งแยกด้วยตาเปล่าแทบไม่ได้
พิษหลักคืออะมาท็อกซิน (amatoxin) และฟาโลท็อกซิน (phallotoxin) ไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน และกรมควบคุมโรคเตือนว่ากินเพียงครึ่งดอกก็อาจเสียชีวิต
อาการ และเส้นเวลาที่ทำให้คนชะล่าใจ
แหล่งข้อมูลของกรมควบคุมโรคให้ตัวเลขช่วงเริ่มอาการต่างกันเล็กน้อย รายงานปี 2559 บอกว่าเห็ดกลุ่มระโงกพิษเริ่มมีอาการเร็วสุด 2-3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ 6-12 ชั่วโมง ส่วนเอกสารปี 2567 บอกว่าอาการแรกมักเกิดใน 6-24 ชั่วโมง
ตัวอย่าง: กินมื้อเย็น 18:00 น.
- 18:00 น. ถึงราวเที่ยงคืน ส่วนใหญ่ยังไม่มีอาการ ทุกคนเข้านอนตามปกติ
- ราวเที่ยงคืนถึง 06:00 น. (6-12 ชั่วโมงหลังกิน) คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเป็นน้ำ ถึงตอนนี้พิษถูกดูดซึมไปเกือบหมดแล้ว การล้างท้องจึงมักไม่ค่อยได้ผล อาการท้องเป็นอยู่ราว 2-3 วัน
- วันที่ 3-4 อาการท้องดีขึ้น หลายคนคิดว่าหายแล้ว แต่ค่าตับสูงขึ้น เริ่มตัวเหลือง ตาเหลือง
- วันที่ 4-16 หลังกิน รายที่หนักเสียชีวิตจากตับหรือไตหยุดทำงาน
ช่วงที่ “ดีขึ้น” ในขั้นที่ 3 คือกับดัก ถ้ากินเห็ดป่าแล้วมีอาการท้อง ต้องไปโรงพยาบาลแม้จะรู้สึกดีขึ้นแล้ว
ถ้ามีคนกินไปแล้ว ทำยังไง
- มีอาการ เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย หลังกินเห็ด โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที อย่ารอดูอาการ
- เอาเห็ดที่เหลือไปด้วย หรือถ่ายรูปไว้ บอกหมอว่ากินเห็ดอะไร มากแค่ไหน เมื่อไหร่
- บอกคนที่กินจากแหล่งเดียวกัน ให้เฝ้าดูอาการและไปโรงพยาบาลด้วย
- อย่าล้วงคอหรือกินไข่ขาวดิบ ให้อาเจียน อาจสำลักและเกิดภาวะแทรกซ้อน
- อย่าซื้อยากินเองหรือไปหาหมอพื้นบ้านแทน กรมควบคุมโรคเตือนไว้ชัด
- สอบถามเพิ่ม สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
เห็ดไม่รู้จัก เห็ดไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่กิน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เชื่อวิธีต้มกับข้าวสารหรือช้อนเงิน ใช้ไม่ได้กับเห็ดกลุ่มที่อันตรายที่สุด
- เก็บดอกอ่อนเพราะอร่อยกว่า ดอกอ่อนคือช่วงที่เห็ดพิษกับเห็ดกินได้เหมือนกันที่สุด
- กินเห็ดป่ากับเหล้า เจ้าหน้าที่เตือนว่าเห็ดบางชนิดทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์จนมีอาการ
- เก็บเห็ดใกล้ที่ที่ใช้สารเคมี หรือริมถนน เห็ดดูดซับสารพิษและโลหะหนักได้
- กินเห็ดดิบหรือสุกไม่ทั่ว แม้เห็ดที่กินได้ก็ควรปรุงให้สุก
- ผู้สูงอายุ คนที่มีโรคตับหรือไต กรมควบคุมโรคแนะนำให้เลี่ยงเห็ดป่า
สรุป
หน้าฝนคือหน้าเห็ด และหน้าผู้ป่วยจากเห็ดพิษ ปี 2569 เขตสุขภาพที่ 9 เขตเดียวมีผู้ป่วย 335 ราย วิธีพื้นบ้านทุกแบบยืนยันความปลอดภัยไม่ได้ พิษกลุ่มที่ร้ายที่สุดทนความร้อน และอาการช่วงแรกอาจดีขึ้นทั้งที่ตับกำลังเสีย ทางที่ปลอดภัยคือกินเห็ดเพาะจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่กินเห็ดป่าที่ไม่รู้จัก และถ้ามีอาการหลังกินเห็ด โทร 1669 ทันที เรื่องเลือกร้านอาหารริมทางให้ปลอดภัย อ่านต่อที่ กินสตรีทฟู้ดให้ปลอดภัย ดูร้านจากอะไรบ้าง
แหล่งข้อมูล
- กินเห็ดป่าดอกอ่อนอันตราย เสี่ยงเจอเห็ดพิษ กินเพียงครึ่งดอกอาจทำให้เสียชีวิต (รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์ 2559) — กรมควบคุมโรค
- Mushrooms can be dangerous. If you don’t know, then don’t eat them (May 30 - June 5, 2024) — กรมควบคุมโรค
- Officials warn of poisonous wild mushrooms during rainy season — Khaosod English
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อเห็ดป่าจากตลาด ปลอดภัยกว่าเก็บเองไหม
ไม่เสมอไป เห็ดพิษบางชนิดหน้าตาเหมือนเห็ดที่กินได้มาก โดยเฉพาะตอนเป็นดอกอ่อน คนขายก็อาจแยกไม่ออก เจ้าหน้าที่แนะนำให้ซื้อเห็ดที่เพาะจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และไม่ซื้อเห็ดป่าที่ไม่รู้จัก
กินเห็ดแล้วอาเจียนไปแล้วรู้สึกดีขึ้น ยังต้องไปหาหมอไหม
ต้องไป เห็ดกลุ่มระโงกพิษทำให้อาเจียน ท้องเสียราว 2-3 วัน แล้วผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น แต่ตับกำลังเสียหาย และอาจเสียชีวิตจากตับหรือไตวายภายใน 4-16 วันหลังกิน
ควรล้วงคอหรือกินไข่ขาวดิบให้อาเจียนไหม
ไม่ควร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนว่าอาจสำลักและเกิดภาวะแทรกซ้อน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีแทน
ส่วนผสมและความเผ็ดต่างกันไปตามร้านและสูตร ถ้าแพ้อาหาร ถามร้านก่อนสั่งทุกครั้ง