บทความ › กินอย่างระวัง

กิน ทุเรียน กับ เหล้า อันตรายจริงไหม งานวิจัยพิสูจน์อะไรไปแล้วบ้าง

ทุเรียนยับยั้งเอนไซม์ย่อยแอลกอฮอล์ได้ในหลอดทดลอง และทำให้หนูขับอะเซตัลดีไฮด์ช้าลง แต่ยังไม่มีการทดลองในคน ดูว่าอะไรพิสูจน์แล้ว อะไรยังเป็นแค่เรื่องเล่า

กินเป็น อ่าน 6 นาที 23 ตุลาคม 2569 เรื่องเล่าและวิทยาศาสตร์ของอาหารไทย · บทที่ 14/20

อ่านจบแล้วจะรู้
  • ปี 2552 ทีมจากมหาวิทยาลัยสึคุบะพบว่าสารสกัดทุเรียนยับยั้งเอนไซม์ ALDH จากยีสต์ได้สูงสุด 70% ในหลอดทดลอง น่าจะมาจากสารกำมะถัน
  • ปี 2555 ทีมเดียวกันทดลองในหนู พบว่าหนูที่ได้ทุเรียนขับอะเซตัลดีไฮด์ช้าลงและตัวเย็นลง แต่หนูที่ได้กะหล่ำปลีก็เป็นคล้ายกัน
  • ยังไม่มีการทดลองในคน จึงยังบอกไม่ได้ว่ากินเท่าไหร่ถึงอันตราย และเรื่องท้องระเบิดไม่มีหลักฐานรองรับ
  • กรมอนามัยแนะนำไม่กินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์ ทุเรียน 4-6 เม็ดให้พลังงาน 520-780 กิโลแคลอรี

คำเตือนว่า “อย่ากินทุเรียนกับเหล้า” มีงานวิจัยรองรับอยู่บางส่วน สารสกัดทุเรียนยับยั้งเอนไซม์ที่ร่างกายใช้กำจัดสารพิษจากแอลกอฮอล์ได้ในหลอดทดลอง และในการทดลองกับหนู หนูที่ได้ทุเรียนขับสารพิษนั้นช้าลง แต่ ยังไม่มีการทดลองในคน จึงยังไม่รู้ว่ากินเท่าไหร่ ดื่มเท่าไหร่ ถึงจะอันตราย บทนี้แยกให้ดูว่าอะไรพิสูจน์แล้ว อะไรยังเป็นแค่เรื่องเล่า

ช่วงหน้าทุเรียน เรื่องนี้กลับมาเป็นข่าวทุกปี บางครั้งมาพร้อมเรื่องเล่าว่ามีคนเสียชีวิต หรือท้องระเบิด อ่านจบแล้วจะรู้ว่าเรื่องไหนมีที่มา และควรทำตัวยังไงแบบไม่ต้องกลัวเกินเหตุ

ร่างกายกำจัดแอลกอฮอล์ยังไง

ก่อนดูงานวิจัย ต้องเข้าใจสองขั้นนี้ก่อน

  1. ตับเปลี่ยนแอลกอฮอล์ (เอทานอล) เป็น อะเซตัลดีไฮด์ (acetaldehyde) สารตัวนี้เป็นพิษ ทำให้หน้าแดง ใจสั่น คลื่นไส้
  2. เอนไซม์ชื่อ ALDH (aldehyde dehydrogenase) เปลี่ยนอะเซตัลดีไฮด์ต่อเป็นสารที่ไม่เป็นพิษ

ถ้า ALDH ทำงานไม่ได้ อะเซตัลดีไฮด์จะค้างในเลือด ยาเลิกเหล้าชื่อ disulfiram ใช้หลักนี้ ทำให้คนที่กินยาแล้วดื่มรู้สึกแย่มาก อาการแบบนี้เรียกว่า disulfiram-ethanol reaction และยา disulfiram ก็เป็นสารที่มีกำมะถัน ทุเรียนเองมีสารกำมะถันมาก ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นแรง นักวิจัยเลยตั้งคำถามว่าสองเรื่องนี้เกี่ยวกันไหม

งานที่หนึ่ง: หลอดทดลอง ปี 2552

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสึคุบะ ญี่ปุ่น ตีพิมพ์ในวารสาร Food Chemistry ปี 2552 (ค.ศ. 2009)

  • นำสารสกัดทุเรียนมาใส่กับเอนไซม์ ALDH จากยีสต์ ไม่ใช่จากคน
  • ผลคือยับยั้งเอนไซม์ได้มากขึ้นตามปริมาณ สูงสุดราว 70% ที่ความเข้มข้น 0.33 ppm
  • ส่วนของสารสกัดที่มีกำมะถันมากที่สุดยับยั้งได้แรงที่สุด

ตัวผู้วิจัยเองเขียนไว้ในบทคัดย่อว่า พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของอาการไม่พึงประสงค์จากการกินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ งานนี้จึงเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าคนกินแล้วเป็นอันตราย

งานที่สอง: หนูทดลอง ปี 2555

ทีมเดียวกันทำต่อในหนู ตีพิมพ์ใน Food Chemistry ปี 2555 (ค.ศ. 2012) ใช้ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง

  • ป้อนทุเรียน หรือกะหล่ำปลี ให้หนูวันละ 2.4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 100 กรัม แล้วให้เอทานอล 1.25 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
  • หนูทั้งกลุ่มทุเรียนและกลุ่มกะหล่ำปลีขับอะเซตัลดีไฮด์ออกจากเลือดช้าลง และ อุณหภูมิร่างกายลดลง แบบเดียวกับอาการ disulfiram-ethanol reaction
  • กลุ่มทุเรียนเริ่มรังเกียจน้ำที่จับคู่กับแอลกอฮอล์เร็วที่สุดและชัดที่สุด กลุ่มกะหล่ำปลีตามมาทีหลังจนถึงระดับเดียวกัน

จุดที่คนมักไม่พูดถึงคือ กะหล่ำปลีให้ผลคล้ายกัน ผักตระกูลกะหล่ำก็มีสารกำมะถันเหมือนกัน แปลว่าผลนี้อาจไม่ได้พิเศษเฉพาะทุเรียน

ตัวอย่าง: ขนาดที่หนูได้ ถ้าเทียบเป็นคน

ลองแปลงตัวเลขของหนูเป็นคนหนัก 60 กิโลกรัม แบบคูณตามน้ำหนักตัวตรง ๆ

  1. ทุเรียน 2.4 กรัม ต่อ 100 กรัม = 24 กรัม ต่อ 1 กิโลกรัม คูณ 60 = 1,440 กรัม หรือราว 1.4 กิโลกรัมต่อวัน
  2. เอทานอล 1.25 กรัม ต่อ 1 กิโลกรัม คูณ 60 = 75 กรัม
  3. เบียร์ 5% กระป๋อง 330 มิลลิลิตร มีเอทานอล 330 × 0.05 × 0.789 ≈ 13 กรัม เท่ากับ 75 ÷ 13 ≈ เกือบ 6 กระป๋อง

การเทียบแบบนี้ไม่ใช่วิธีที่นักพิษวิทยาใช้จริง เพราะหนูกับคนเผาผลาญต่างกัน แต่ช่วยให้เห็นว่าการทดลองใช้ปริมาณมากทั้งสองฝั่ง ไม่ได้ทดสอบทุเรียนสองพูกับเบียร์หนึ่งแก้ว

งานวิจัยที่มีอยู่บอกว่าทุเรียนรบกวนการกำจัดอะเซตัลดีไฮด์ได้ในหลอดทดลองและในหนู ยังไม่ได้บอกว่าคนกินเท่าไหร่ถึงอันตราย

หลักฐานผลหลอดทดลองยับยั้งเอนไซม์ได้ถึง 70%หนูทดลองขับสารช้าลงกะหล่ำปลีในหนูให้ผลคล้ายกันในคนยังไม่มีงานวิจัยท้องระเบิดไม่มีหลักฐาน
หลักฐานมีถึงระดับหนู ยังไม่ถึงคน

อะไรพิสูจน์แล้ว อะไรยัง

เรื่องสถานะ
สารสกัดทุเรียนยับยั้ง ALDH ของยีสต์พิสูจน์แล้วในหลอดทดลอง สูงสุด 70%
หนูได้ทุเรียนแล้วขับอะเซตัลดีไฮด์ช้าลงพบในหนู กะหล่ำปลีก็ให้ผลคล้ายกัน
คนกินทุเรียนกับเหล้าแล้วอะเซตัลดีไฮด์ค้างยังไม่มีการทดลองในคน
ปริมาณที่เริ่มอันตรายในคนยังไม่มีใครรู้
กินคู่กันแล้วเสียชีวิตมีข่าวเล่าต่อกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทุเรียนเป็นสาเหตุ
ท้องระเบิดไม่มีหลักฐานรองรับ

กรมอนามัยเตือนเรื่องอะไร

ฝั่งไทย กรมอนามัยแนะนำว่าไม่ควรกินทุเรียนคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เหตุผลที่ให้ไว้ในข่าวปี 2562 เน้นอีกมุม คือทั้งสองอย่างให้พลังงานสูง ร่างกายอาจร้อนผิดปกติและขาดน้ำ ถ้าดื่มจนเมาหลับ อาจขาดน้ำรุนแรงและเกลือแร่ผิดปกติ จนอันตรายถึงชีวิตถ้าส่งโรงพยาบาลไม่ทัน

สังเกตว่าคำอธิบายเรื่อง “ร้อน” ของไทย กับผลในหนูที่ “ตัวเย็นลง” ไม่ตรงกัน ทั้งสองแหล่งเห็นตรงกันแค่ข้อสรุปว่าไม่ควรกินคู่กัน

ตัวอย่าง: พลังงานจากทุเรียนหนึ่งมื้อ

กรมอนามัยให้ตัวเลขว่าทุเรียน 4-6 เม็ด หรือราว 2-3 พู ให้พลังงาน 520-780 กิโลแคลอรี

  1. 520 ÷ 4 = 130 และ 780 ÷ 6 = 130 แปลว่าเม็ดละราว 130 กิโลแคลอรี
  2. กรมอนามัยแนะนำไม่เกินวันละ 2 เม็ด = ราว 260 กิโลแคลอรี
  3. กิน 6 เม็ด = 780 กิโลแคลอรี กรมอนามัยเทียบว่าเท่ากับข้าวมันไก่ 2 จาน ถ้าบวกเบียร์อีก 2 กระป๋อง พลังงานรวมจะสูงขึ้นอีก

ผู้ที่มีโรคไต เบาหวาน โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง กรมอนามัยแนะนำให้กินน้อยกว่าและไม่บ่อย

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • คิดว่า 70% คือผลในคน ตัวเลขนี้มาจากเอนไซม์ของยีสต์ในหลอดทดลอง
  • ไม่รู้ว่ากะหล่ำปลีก็ให้ผลคล้ายกันในหนู ทำให้คิดว่าทุเรียนพิเศษกว่าที่ข้อมูลบอก
  • ไปอีกทางคือคิดว่าไม่มีหลักฐานเลย มีหลักฐานในหลอดทดลองและในหนู แค่ยังไม่มีในคน การเว้นไว้คนละมื้อจึงยังสมเหตุสมผล
  • ดื่มจนเมาหลับหลังกินของมันหนัก ไม่ว่าจะทุเรียนหรือไม่ เสี่ยงขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเปล่าและมีคนดูแล
  • ลืมเรื่องยา ถ้ากินยาที่ห้ามดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนดื่ม

สรุป

ทุเรียนยับยั้งเอนไซม์ ALDH ได้ในหลอดทดลอง และทำให้หนูขับอะเซตัลดีไฮด์ช้าลง ซึ่งเข้ากับคำเตือนเก่าแก่ แต่ยังไม่มีการทดลองในคน และกะหล่ำปลีก็ให้ผลคล้ายกันในหนู ทางที่สมเหตุสมผลคือกินทุเรียนกับดื่มแอลกอฮอล์คนละมื้อ ไม่กินทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ด และถ้ารู้สึกหน้าแดง ใจสั่น คลื่นไส้หนัก หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ อยากรู้ว่าทุเรียนออกช่วงไหน อ่านต่อที่ ผลไม้ไทยออกเดือนไหน

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

กินทุเรียนแล้วดื่มเบียร์กระป๋องเดียว จะเป็นอะไรไหม

ไม่มีงานวิจัยในคนที่ตอบได้ว่าปริมาณเท่าไหร่ถึงมีผล งานที่มีอยู่ทำในหลอดทดลองและในหนู ทางที่ระวังที่สุดคือเว้นไว้คนละมื้อ ถ้ามีโรคประจำตัวหรือกินยาที่ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ทุเรียนทำให้ร้อนในตัวเพราะแอลกอฮอล์ใช่ไหม

กรมอนามัยเตือนเรื่องพลังงานสูง ภาวะขาดน้ำ และการดื่มจนเมาหลับ ส่วนการทดลองในหนูวัดได้ว่าอุณหภูมิร่างกายลดลง ไม่ได้สูงขึ้น ความรู้สึกร้อนวูบวาบหน้าแดงเป็นอาการที่พบได้เมื่ออะเซตัลดีไฮด์ค้าง แต่ยังไม่มีการวัดในคนที่กินทุเรียน

ถ้าทุเรียนกับเหล้าเป็นปัญหา ผักกะหล่ำก็ด้วยไหม

ในการทดลองกับหนูปี 2555 หนูที่ได้กะหล่ำปลีก็ขับอะเซตัลดีไฮด์ช้าลงและตัวเย็นลงเหมือนกัน แต่ไม่มีหลักฐานในคนทั้งสองอย่าง จึงยังสรุปเป็นคำแนะนำไม่ได้

ส่วนผสมและความเผ็ดต่างกันไปตามร้านและสูตร ถ้าแพ้อาหาร ถามร้านก่อนสั่งทุกครั้ง

อ่านต่อ

#กินอย่างระวังกินเป็น

ผงชูรส อันตรายไหม การทดลองแบบ ปกปิดสองทาง พบอะไรจริง ๆ

งานทดลองที่คนกินไม่รู้ว่าได้ผงชูรสหรือยาหลอก พบอาการน้อย ไม่ซ้ำเดิม และหายไปเมื่อกินพร้อมอาหาร สรุปจาก JECFA, FASEB, FSANZ และตัวเลขโซเดียมเทียบกับเกลือ

อ่าน 6 นาที
#กินอย่างระวังกินเป็น

ไข่แมงดาทะเล อันตรายแค่ไหน แมงดาถ้วย กับพิษที่ไม่มียาต้าน

แมงดาถ้วยมีพิษเทโทรโดท็อกซิน ต้มหรือย่างก็ไม่หาย ไม่มียาต้านพิษ อาการเริ่มจากชาปาก ตัวเลขผู้ป่วยจริงจากชลบุรี และทำไมบทนี้แนะนำว่าไม่กินดีที่สุด

อ่าน 6 นาที
#กินอย่างระวังมือใหม่

ชาไทย สีส้ม มาจากไหน สี ซันเซ็ตเยลโลว์ เกณฑ์ อย. และผลตรวจที่ควรรู้

สีส้มของชาไทยมาจากสีสังเคราะห์ Sunset Yellow FCF ไม่ใช่ใบชา อย. ให้ใช้ได้เท่าไหร่ ผลตรวจล่าสุดเจออะไร และดื่มยังไงให้สบายใจ

อ่าน 8 นาที