บทความ › รู้จักเมนู

แม่ครัวหัวป่าก์ ตำรากับข้าวยุค ร.5 สูตรมีตาชั่ง และจานที่หายไป

ตำราของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ เริ่มลงในนิตยสารราว พ.ศ. 2431-2432 รวมเล่ม 2451 สูตรชั่งเป็นบาทสลึง แปลงเป็นกรัมยังไง และทำไมบางจานหายไป

สายลึก อ่าน 7 นาที 23 ตุลาคม 2569 เรื่องเล่าและวิทยาศาสตร์ของอาหารไทย · บทที่ 2/20

อ่านจบแล้วจะรู้
  • แม่ครัวหัวป่าก์เริ่มจากคอลัมน์อาหารในนิตยสาร (แหล่งหนึ่งว่า ค.ศ. 1888 อีกแหล่งว่า พ.ศ. 2432) แล้วรวมเล่มครั้งแรก 400 ฉบับในปี 2451
  • สูตรชั่งน้ำหนักเป็นบาท สลึง เฟื้อง ใช้ 1 บาท ≈ 15 กรัม แปลงเป็นกรัมได้ทันที
  • คำว่าเล่มแรกยังเถียงกันได้ ตำรากับเข้าของหม่อมซ่มจีนพิมพ์ก่อนราว พ.ศ. 2431-2433
  • บางจานหายไปเพราะรสนิยมเปลี่ยน บางจานหายเพราะวัตถุดิบเป็นสัตว์คุ้มครอง

แม่ครัวหัวป่าก์คือตำรากับข้าวของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ที่คนส่วนใหญ่ยกให้เป็นตำราอาหารไทยเล่มแรก สิ่งที่ทำให้มันต่างจากความรู้ครัวแบบเดิมคือสูตรส่วนใหญ่ ชั่งน้ำหนักให้ดู ไม่ใช่ “ใส่พอประมาณ” บทนี้เล่าว่าตำรามาจากไหน เล่มแรกจริงหรือเปล่า แปลงสูตรเก่าเป็นกรัมยังไง และทำไมบางจานในนั้นหายไปจากครัวไทย

ใครเขียน และเริ่มเมื่อไหร่

ท่านผู้หญิงเปลี่ยน (พ.ศ. 2390-2454) เป็นภริยาของเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) เสนาบดีสมัยรัชกาลที่ 5 ในคำนำท่านเล่าว่าสูตรมาจากสามทาง คือที่จดจำและทำเอง ที่ขอจากผู้รู้ตำราเก่า และที่ถ่ายจากตำราต่างประเทศ

ตำรานี้ไม่ได้เกิดเป็นเล่มทันที เริ่มจากคอลัมน์อาหารในนิตยสาร ตรงนี้แหล่งข้อมูลให้ปีไม่ตรงกัน

  • สารานุกรมวิกิพีเดียภาษาอังกฤษว่าเริ่มลงเป็นบทความในวารสารตั้งแต่ ค.ศ. 1888 (พ.ศ. 2431)
  • บทความในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมระบุว่าคอลัมน์ชื่อ “ปากะวิชา” ลงในหนังสือ “ประติทินบัตรแลจดหมายเหตุ” ที่พิมพ์ขายเมื่อ พ.ศ. 2432 รวม 6 ฉบับตามอายุของหนังสือ

ส่วนการรวมเล่มตรงกันกว่า เมื่อท่านทำบุญอายุครบ 61 ปีและฉลองสมรส 40 ปี วันที่ 4 พฤษภาคม ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2451) ท่านพิมพ์รวมเล่มแจกเป็นของชำร่วย 400 ฉบับ คนต้องการมากจนต้องพิมพ์ใหม่ใน พ.ศ. 2451-2452 เป็นชุดห้าเล่ม

2431-32คอลัมน์ปากะวิชาในวารสาร2433ตำรากับเข้า พิมพ์ก่อน2451รวมเล่ม พิมพ์ 400 ฉบับ2451-52ชุด 5 เล่ม2495ฉบับรวมเล่มเดียว
จากคอลัมน์นิตยสาร สู่ตำราห้าเล่ม

เล่มแรกจริงไหม

คำว่า “ตำรากับข้าวเล่มแรกของไทย” ติดมากับแม่ครัวหัวป่าก์มานาน แต่มีอีกเล่มที่พิมพ์ก่อน

ตำรากับเข้าแม่ครัวหัวป่าก์
ผู้แต่งหม่อมซ่มจีน ราชานุประพันธ์ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์
ปีที่พิมพ์ร.ศ. 109 (พ.ศ. 2433) ตามงานวิจัยภาษาไทย / ร.ศ. 107 ตามคลังสูตรอาหารสยามแห่งหนึ่งรวมเล่ม พ.ศ. 2451 (คอลัมน์ก่อนหน้า 2431-2432)
ขนาดจุลสาร 66 หน้า พิมพ์ 1,000 ฉบับชุด 5 เล่ม
การจัดหมวดเรียงตามลำดับที่เขียน ไม่แบ่งบท5 เล่ม เล่มละ 8 บริเฉท (บท)
ชั่งตวงวัดดัชนีสูตรที่เผยแพร่บอกขั้นตอน แต่ไม่ได้แสดงปริมาณมีเล่มหนึ่งที่ว่าด้วยเครื่องชั่งตวงวัดโดยเฉพาะ

งานวิจัยใน ThaiJo ที่ศึกษาตำรากับเข้าเขียนว่าเล่มนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นตำราอาหารไทยเล่มแรก ส่วนอีกฝั่งนับแม่ครัวหัวป่าก์ เพราะเป็นตำราที่ครบเป็นระบบและแพร่หลายกว่ามาก คำตอบจึงขึ้นกับว่านับอะไร ถ้านับเล่มที่พิมพ์ก่อน ตำรากับเข้ามาก่อน ถ้านับตำราที่วางระบบครบและมีอิทธิพล แม่ครัวหัวป่าก์คือหมุดหมาย

ข้างในเล่มมีอะไร

ท่านผู้หญิงเปลี่ยนวางแผนไว้ใหญ่กว่าที่ทำได้ ตั้งใจแบ่งเป็นสี่ภาค คือกับข้าวไทย กับข้าวต่างประเทศ เครื่องดื่ม และการดูแลบ้านรวมถึงตำรายาประจำครอบครัว แต่ที่พิมพ์จริงมีแค่ภาคแรก คือกับข้าวไทย ห้าเล่มจบ

แต่ละเล่มมี 8 บริเฉท บริเฉทที่ 2-8 ซ้ำกันทุกเล่ม คือ หุงข้าว แกง กับข้าวจาน เครื่องจิ้ม ของหวาน ผลไม้ และเครื่องว่าง (เล่ม 5 ไม่มีบริเฉทที่ 8) ส่วนบริเฉทแรกต่างกันไป

  • เล่ม 1 สำรับเลี้ยงพระ เครื่องสังเวย ไหว้ครู
  • เล่ม 2 ข้อสังเกตเรื่องอาหารการกิน
  • เล่ม 3 เครื่องชั่ง ตวง วัด
  • เล่ม 4 ความสะอาด
  • เล่ม 5 การจ่ายตลาด

รายละเอียดเล็ก ๆ ที่บอกว่าหนังสือขายดีคือ ทุกเล่มที่จำหน่ายถูกต้องจะประทับตรารูปผลมะเดื่อไว้ปกใน เพื่อกันการพิมพ์เกินหรือขโมยไปขาย

ตัวอย่าง: แปลงแกงโสนน้อยเป็นกรัม

“แกงโสนน้อย” อยู่ในเล่ม 3 เป็นแกงที่คนรุ่นนี้แทบไม่มีใครรู้จัก สูตรเขียนน้ำหนักเป็นมาตราไทย ใช้ค่าตามมาตราชั่ง 1 บาท = 15 กรัม, 1 สลึง = ¼ บาท = 3.75 กรัม, 1 เฟื้อง = ครึ่งสลึง ≈ 1.9 กรัม

เครื่องปรุงในตำราคิดเป็นกรัม
ปลาช่อน32 บาท32 × 15 = 480
กุ้งสด32 บาท480
ลูกสละ16 บาท240
น้ำเชื้อ (น้ำท่า)30 บาท450
กระเทียมเจียว6 บาท90
เนื้อหมู5 บาท75
น้ำมันหมู3 บาท45
น้ำปลาดี2 บาท30
พริกสด1 บาท15
ใบผักชีสลึงเฟื้อง3.75 + 1.9 ≈ 5.6
พริกไทย1 เฟื้อง≈ 1.9

รวมทั้งหม้อประมาณ 1.9 กิโลกรัม เนื้อสัตว์ (ปลา กุ้ง หมู) 480 + 480 + 75 = 1,035 กรัม มากกว่าน้ำ 450 กรัมเกินสองเท่า แกงนี้จึงข้นด้วยเนื้อ ไม่ใช่แกงน้ำเยอะ ส่วนน้ำปลา 30 กรัมต่อของทั้งหม้อเกือบ 2 กิโลกรัม คือราว 1.6% ตำราบอกต่อว่าถ้าเค็มจัดไปให้เติมน้ำตาลทรายได้ วิธีทำคือเจียวกระเทียมในน้ำมันหมู ผัดหมู กุ้ง ปลา แล้วใส่สละ เติมน้ำ ใกล้เดือดจึงใส่น้ำปลา โรยพริก ผักชี และพริกไทย

“บาท” ในตำราเก่าคือหน่วยน้ำหนัก ไม่ใช่ราคา คูณ 15 ได้กรัมทันที

ค่า 15 กรัมเป็นค่าที่ตารางมาตราชั่งใช้ทั่วไป แต่บางแหล่งให้ 15.2 กรัม และบาททองคำใช้ 15.16 กรัม ความต่างระดับนี้ไม่ทำให้สูตรเพี้ยน

จานที่หายไป และเพราะอะไร

จานในตำราเก่าไม่ได้หายด้วยเหตุผลเดียว

  • รสนิยมเปลี่ยน แกงโสนน้อยเคยเป็นที่นิยมในยุคหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เลือนไปเมื่อคนเปลี่ยนรสที่ชอบ ลูกสละที่ใช้ให้รสเปรี้ยวก็ไม่ได้อยู่ในครัวเมืองทุกวันแล้ว
  • ถูกดัดแปลงจนกลายเป็นจานอื่น ท่านผู้หญิงเปลี่ยนเอาเครื่องปรุงชุดเดียวกับผัดหมี่มาทำเป็น “ข้าวผัดหมี่” ใช้หมู กุ้ง ปูทะเล ไก่ เต้าหู้เหลือง เต้าเจี้ยว ใบกุยช่าย โรยไข่เจียว พริก และผิวส้มซ่า สำหรับทำกินในบ้าน
  • วัตถุดิบกลายเป็นของต้องห้าม อาหารชาววังบางอย่าง เช่น ไข่จะละเม็ดที่ทำจากไข่เต่าทะเล หายไปเพราะต้องอนุรักษ์เต่า ส่วนในตำรากับเข้ามีวัตถุดิบอย่างตะพาบ อ้น และแย้ ซึ่งงานวิจัยบอกว่าคนปัจจุบันกินน้อยลงมาก

อีกเรื่องที่มักอ้างถึงคือมัสมั่น วิกิพีเดียบันทึกว่าแม่ครัวหัวป่าก์มีสูตรมัสมั่นที่บันทึกไว้ชุดแรก ๆ แต่คลังสูตรที่อ่านตำรากับเข้าพบว่าเล่มที่เก่ากว่านั้นก็มีแกงชื่อแนวมัสมั่นอยู่แล้ว จึงพูดได้แค่ว่าแม่ครัวหัวป่าก์เป็นหนึ่งในหลักฐานเก่าสุด

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • เล่าว่าชื่อมาจากแม่ครัวตำบลหัวป่า สิงห์บุรี เรื่องนี้แพร่หลายจากเอกสารท่องเที่ยวช่วง พ.ศ. 2539 แต่คำว่า “หัวป่า” ที่แปลว่าคนทำกับข้าวมีในเอกสารเก่าตั้งแต่ พ.ศ. 2351 และอยู่ในพจนานุกรมของหมอบรัดเลย์ พ.ศ. 2416 แล้ว
  • อ่าน “บาท” เป็นราคา คือน้ำหนัก ใช้ตารางด้านบนแปลงได้
  • ทำตามสูตรเก่าทุกตัวอักษร วัตถุดิบบางตัวเป็นสัตว์คุ้มครองหรือหายาก ให้ใช้ตำราเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เหตุผลไปหาของต้องห้ามมากิน
  • ถือว่าสูตรในเล่มคือของ “ดั้งเดิมแท้” ท่านผู้หญิงเปลี่ยนเองบอกว่าส่วนหนึ่งถ่ายจากตำราต่างประเทศ นักวิชาการบางคนยังชี้ว่ารูปแบบหนังสือได้แรงบันดาลใจจากตำราดูแลบ้านของอังกฤษ ตำรานี้คือภาพครัวผู้ดีกรุงเทพฯ ช่วงหนึ่ง ไม่ใช่สูตรตายตัวของทั้งประเทศ

สรุป

แม่ครัวหัวป่าก์เริ่มจากคอลัมน์นิตยสารราว พ.ศ. 2431-2432 รวมเล่มแจก 400 ฉบับในปี 2451 แล้วขยายเป็นชุดห้าเล่ม จุดเด่นคือชั่งน้ำหนักเป็นบาทสลึง ซึ่งแปลงเป็นกรัมได้ง่าย ๆ ด้วยการคูณ 15 ส่วนคำว่า “เล่มแรก” ยังเถียงกันได้ เพราะตำรากับเข้าพิมพ์ก่อน และจานที่หายไปก็หายด้วยเหตุผลต่างกัน ตั้งแต่รสนิยมจนถึงการอนุรักษ์สัตว์

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ชื่อ หัวป่าก์ มาจากตำบลหัวป่า สิงห์บุรี จริงไหม

หลักฐานไม่สนับสนุน คำว่า หัวป่า ที่แปลว่าคนทำกับข้าวมีในเอกสารก่อนนั้นแล้ว พจนานุกรมของหมอบรัดเลย์ปี 2416 ก็มี ส่วนท่านผู้หญิงเปลี่ยนเขียนในคำนำว่า ป่าก์ มาจาก ปากะ ที่เกี่ยวกับการหุงต้ม

บาท ในสูตรเก่าคือราคาหรือน้ำหนัก

น้ำหนัก ตามมาตราชั่งไทย 1 บาท ≈ 15 กรัม 1 สลึง ≈ 3.75 กรัม และ 1 เฟื้อง (ครึ่งสลึง) ≈ 1.9 กรัม ไม่เกี่ยวกับราคาของ

หาอ่านต้นฉบับได้ไหม

มีการพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง ทั้งชุดห้าเล่มแบบถ่ายจากต้นฉบับ และฉบับเล่มเดียวที่ตัดทอน ถ้าจะใช้ศึกษาให้หาฉบับถ่ายจากต้นฉบับ เพราะฉบับเล่มเดียวบางรุ่นปรับเนื้อหาไปแล้ว

ส่วนผสมและความเผ็ดต่างกันไปตามร้านและสูตร ถ้าแพ้อาหาร ถามร้านก่อนสั่งทุกครั้ง

อ่านต่อ

#เมนูกินเป็น

ก่อนมีพริก คนไทยเผ็ดจากอะไร พริกไทย ดีปลี และวันที่ พริกเทศ มาถึง

พริกมาจากทวีปอเมริกา เข้าเอเชียกับพ่อค้าโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16 ก่อนหน้านั้นครัวไทยเผ็ดจากพริกไทย ดีปลี ขิง ข่า บันทึกเก่าบอกอะไร และเผ็ดต่างกันแค่ไหน

อ่าน 6 นาที
#เมนูกินเป็น

ข้าวแช่ จากข้าวสงกรานต์ ของชาวมอญ สู่ข้าวแช่ชาววัง เข้าวังสมัยไหนกันแน่

ข้าวแช่มาจากเปิงด้าจก์ ข้าวสงกรานต์ของชาวมอญ เข้าวังสมัยรัชกาลที่ 2 หรือที่ 4 แหล่งข้อมูลเล่าไม่ตรงกัน พร้อมเรื่องหม้อดิน น้ำอบควันเทียน และเครื่องเคียง

อ่าน 6 นาที
#เมนูมือใหม่

ต้มยำกุ้ง มรดก UNESCO แฟ้มขึ้นทะเบียนบันทึกอะไรไว้บ้าง

ต้มยำกุ้งขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ธันวาคม 2567 แฟ้มของ UNESCO บอกว่าใครเป็นเจ้าของ ถ่ายทอดยังไง และไทยสัญญาว่าจะดูแลอะไรต่อ

อ่าน 6 นาที